มะเร็งมดลูกภัยร้ายที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน

มะเร็งปากมดลูกคืออะไร

                มะเร็งปากมดลูก คือ การติดเชื้อไวรัส HPV ( Human Papilloma Virus ) ซึ่งจะติดจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อ HPV ส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์บริเวณปากมดลูก ซึ่งเป็นขั้นแรกของการเกิดมะเร็ง

วิธีการป้องกันมะเร็งปากมดลูก

  • ตรวจการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยการทำการตรวจภายใน, PAP smear, HPV Test เพื่อหาความผิดปกติของเซลล์บริเวณปากมดลูก
  • การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV เพื่อทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานมะเร็งปากมดลูก

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกมีอะไรบ้าง

มีด้วยกันทั้งสิ้น 2 ชนิด

  • HPV แบบ 2 สายพันธุ์ จะป้องกันเชื้อ HPV ชนิดที่ 16 และ 18 และมีการเพิ่มสารที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการป้องกัน (AZO4)
  • HPV แบบ 4 สายพันธุ์ จะป้องกันเชื้อ HPV ชนิดที่ 16 และ 18 และหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศจาก HPV 6 และ 11

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกควรฉีดเมื่อไหร่

  • ครั้งแรกควรฉีดอายุ 9 – 26 ปี
  • ครั้งสองควรเว้นช่วงจากการฉีดจากครั้งแรก 1 – 2 เดือน
  • ครั้งที่สามควรเว้นช่วงจากการฉีดครั้งสอง 6 เดือน

หากเป็นมะเร็งปากมดลูกแล้วจะรักษาได้อย่างไรบ้าง

                มีด้วยกันทั้งหมด 4 วิธี

                1. ผ่าตัดนำเซลล์มะเร็งออก โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดปากมดลูก มดลูก ส่วนบนของช่องคลอด รวมไปถึงเนื้อเยื่อด้านข้าง และเลาะต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกราน และสำหรับคนที่ต้องการมีบุตรในอนาคตสามารถเลือกเก็บมดลูกไว้ได้

                2.การใช้รังสีสำหรับผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลามเฉพาะที่ แพทย์มักจะแนะนำให้ผู้ป่วยรักษาด้วยรังสีรักษาร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัด วิธีการรักษาอีกประเภทคือ การให้รังสีระยะใกล้ โดยแพทย์จะให้แร่ผ่านด้านในช่องคลอดเป็นระยะเวลาสั้น ๆ

                3. การใช้เคมีบำบัดเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง สำหรับผู้ที่เป็นมะเร็งปากมดลูกลุกลามเฉพาะที่แพทย์จะใช้ควบคู่กับรังสีในการรักษา และสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในระยะแพร่กระจายจะใช้เคมีบำบัดอย่างเดียว

                4. การรักษาด้วยภูมิคุ้มกัน ใช้สำหรับผู้ป่วยระยะแพร่กระจายและสำหรับผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาประเภทอื่น การรักษาประเภทนี้จะส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในการกำจัดมะเร็ง แต่ก็มีข้อจำกัดในการรักษา

อาการของมะเร็งปากมดลูก

  • ภาวะมีเลือดออกผิดปกติที่ช่องคลอด เช่น มีเลือดออกช่องคลอดหลังมีเพศสัมพันธ์ มีเลือดออกกะปริบกะปรอย ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีเลือดออกหลังจากหมดประจำเดือน
  • มีตกขาวผิดปกติ เช่น ตกขาวมีกลิ่น มีเลือดปนออกมา
  • ปวดหน่วงท้องน้อยโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีอาการเจ็บหลังมีเพศสัมพันธ์

สรุป

                มะเร็งปากมดลูกเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อ HPV ซึ่งทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก การรักษามะเร็งปากมดลูกมี 4 วิธี คือ การผ่าตัด การใช้รังสี การใช้เคมีบำบัด และการรักษาด้วยภูมิคุ้มกัน แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก ควรฉีดตั้งแต่อายุ 9 – 26 ปี